อาชีพที่มี

ชีวิตที่เหลืออาจจะพัง! ถ้ายังไม่มีธุรกิจของตัวเองตั้งแต่วันนี้

บทเรียนการใช้ชีวิตที่คนสมัยก่อนทิ้งเอาไว้ให้เป็นแบบอย่าง เพราะเขาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีชีวิต และสร้างครอบครัวด้วยอาชีพ ด้วยธุรกิจของตัวเองทั้งสิ้น

ที่เกริ่นมาแบบนี้ ก็เพราะว่าผมเห็นคนรอบตัวที่อายุ 40+ หลายคน
แต่คำถามสำคัญก็คือ “แล้วต้องทำธุรกิจอะไรที่จะมีเงินใช้ไปตลอดล่ะ?”

ใช่แล้ว! วิธีคิดง่ายๆ ก็คือ หากคุณต้องการมีเงินใช้เดือนละ 30,000 บาท
ตลอดช่วงเวลาที่เหลือ สมมติว่าเราคิดว่าจะมีชีวิตอีก 20 ปี หรือ 240 เดือน
นั่นหมายความว่าคุณจะต้องมีเงินเก็บในวัยเกษียณถึง 7,200,000 บาท
แล้วต้องทำอาชีพอะไร หรือมีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ ่
จึงจะมีเงินเก็บได้ขนาดนั้นในเวลาที่เหลืออยู่
(สมมติว่าคุณอายุ 45 ปี แปลว่าคุณเหลือเวลาอยู่อีก 15 ปีเท่านั้น)
นี่ยังไม่นับเงินเฟ้ออีกประมาณปีละ 3% นะ

ผมเห็นคนสมัยก่อนส่วนใหญ่ (ตอนที่ผมเกิดมา) หากไม่นับคนงานที่รับจ้างทั่วไปแล้ว ทุกคนต่างก็มีอาชีพเป็นของตัวเองทั้งสิ้น
คุณแม่ของผมขายข้าวแกง ส่วนคุณพ่อก็มีเรือใบ และห่วงยางว่ายน้ำให้เช่า
น้าของผมก็ขายกาแฟ ขนมปัง และน้ำอัดลม
หรือครอบครัวเพื่อนๆ ก็มีร้านขายยา ทำอาชีพประมง อาชีพเกษตร ขายของในตลาด
มีร้านขายของชำ เปิดร้านอาหาร ออกรถสองแถว มีรีสอร์ตที่เกาะ ฯลฯ
นอกนั้นก็จะเป็นครอบครัวข้าราชการ เช่นทหารเรือ ครู ตำรวจ ฯลฯ
น้อยคนมากที่จะทำงานบริษัท หรือทำงานประจำและมีรายรับเป็นเงินเดือน

จนกระทั่งมาถึงยุคแห่งการทำงานบริษัท การทำงานสายโรงแรม ร้านอาหาร
ธุรกิจนำเที่ยว นายหน้าค้าที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
ยุคที่คนส่วนใหญ่กลายเป็นพนักงานประจำ กินเงินเดือน

วันนี้ ผู้คนในรุ่นผมหลายคน ก็เริ่มเข้าสู่วัยเกษียณกันแล้ว
แต่เพื่อนๆ หลายๆ คนยังทำงานประจำอยู่เลย
บางคนมีลูกหลานเยอะ กลับไม่ใช่เรื่องดี เพราะยังต้องดูแลกันอยู่จนถึงทุกวันนี้
แทนที่จะได้ฝากผี ฝากไข้ มันกลับฝากภาระ ฝากลูกหลานมาให้เลี้ยงซะงั้น…

และที่สำคัญคือ ในวันนี้หากเรายังไม่ใส่ใจเรียนรู้ เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ
มันจะทำให้เรามีชีวิตในวันข้างหน้าได้อย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น นี่คือเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
เราไม่มีทางที่จะทำงานประจำได้ไปจนแก่หง่อมอย่างแน่นอน
เพราะคงไม่มีใครจ้างเราแน่ๆ

สิ่งที่เราทำได้ในเวลานี้ก็คือ “มองหา และลงมือทำธุรกิจบางอย่าง” ที่ตอบโจทย์
ตอบโจทย์ข้างบนที่เราคิดไว้นั่นเอง โจทย์คือมีเงินเข้าประมาณเดือนละ 30,000 บาท
หากคุณมีที่ดินให้เช่า แล้วบังเอิญมีห้างดังมาเช่าพื้นที่คุณ 30 ปี
นั่นคือ “คุณเป็นคนมีบุญมาก” เพราะสามารถมีชีวิตได้จนลมหายใจสุดท้ายแบบสบายๆ

แต่หากไม่ได้เป็นอย่างนั้นล่ะ? คุณจะต้องทำอะไรดี?

พอมองออกไปรอบๆ ตัวแล้ว คุณจะได้ยินคำๆ หนึ่งบ่อยมากๆ นั่นก็คือคำว่า
ก็ทำ “ธุรกิจออนไลน์” สิ ขายของออนไลน์ก็ได้ เป็นตัวแทนก็ได้ ทำธุรกิจเครือข่ายก็ได้
ทำคอร์สออนไลน์ขายก็ได้ สอนออนไลน์ก็ได้ สร้างเกมออนไลน์ขายก็ได้
สร้างแบรนด์เอง แล้วขายออนไลน์เลยก็ได้ ฯลฯ

ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรก็ตาม คำว่า “ออนไลน์” มันจะอยู่กับคุณไปอีกนานเลยทีเดียว
ทุกวันนี้เรากลายเป็นสังคมไร้เงินสดที่ไม่ต้องพกเงินกันแล้ว
เราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินโดยที่ไม่ต้องผ่านธนาคารกันได้แล้ว
เราสามารถทำงานได้ทุกๆ ที่ที่มีสัญญาณอินเตอร์เนทกันได้แล้ว
คุณหมอสามารถรักษาคุณได้โดยไม่ต้องออกจากบ้านไปโรงพยาบาลได้แล้ว
และอีกหลากหลายกิจกรรมออนไลน์ที่มันล้อมกรอบชีวิตเราไว้หมดแล้ว

สิ่งเดียวที่คุณต้องทำก็คือ “เรียนรู้ แล้วก็อยู่กับมันซะ”
ถ้าไม่ชอบค้าขาย ก็ดูว่าเรามีคุณค่าอะไรที่พอจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้
ก็ทำมันอันนั้นนั่นแหละ ส่วนการแปรรูปไปสู่โลกออนไลน์นั้น เดี๋ยวมันก็มีวิธีเองแหละ
ถ้าชอบค้าขาย แต่ไม่มีแรงผลิตสินค้าแล้ว ก็ใช้สินค้าคนอื่น แล้วไปช่วยเค้าขาย
ไม่ว่าจะเป็น Affiliate, Agent, Dealer, Trader, Publisher, Network marketer
แล้วก็อีกเยอะแยะที่สามารถเห็นได้ตามหน้าอินเตอร์เนททั่วไป

หรือหากมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มากหน่อย จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจแบบ Platform หรือจะสร้าง Application ที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้คนก็ได้ มีหลากหลายเรื่องราวที่ผู้คนต้องการแต่ยังไม่มีใครทำ

หรือจะเป็นศิลปิน สร้างสรรผลงาน เขียนหนังสือ หรือค้นคิดประดิษฐ์แล้วจดลิขสิทธิ์ขาย
เป็นครู เป็นโค้ช เป็นอาจารย์ เป็นเมนเทอร์ อินฟลูเอ็นเซอร์ ยูทูบเบอร์อะไรก็แล้วแต่
คุณก็สามารถเลือกที่ตัวเองถนัดได้เลย

ที่สำคัญคือ อย่าให้กระทบกับชีวิต 6 ด้านมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ความสัมพันธ์
การงาน การเงิน การพัฒนาตัวเอง และงานเพื่อสังคมต่างๆ ซึ่งถ้าจะให้ดี ก็ทำให้มันสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันเลยยิ่งดี เช่น ชอบสอนด้วย ชอบเรื่องสุขภาพด้วย ก็สามารถเปิดสอนคอร์สการสร้างสุขภาพดีแบบง่ายๆ หรือจะเป็นตัวแทนขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพด้วยก็ยังได้

ทั้งหมด ทั้งมวลนี้ เป็นเพียงแนวคิด แนวทางให้เพื่อนๆ 40+ ทุกคน
ได้ระลึก และระวังเอาไว้ อย่าประมาทนะครับ เพราะอายุที่มากขึ้น เท่ากับเวลาที่น้อยลง
หากเราไม่เตรียมตัวไว้ตั้งแต่วันนี้ เราอาจจะพบกับความยุ่งยากในวันข้างหน้าก็ได้

แล้วพบกันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.