เปิด Website

อะไรที่ทำให้เปิด Website เป็นของตัวเอง

คำถามแรกที่ผมได้ยิน เมื่อผมมักจะโพสต์เรื่องราวดีๆ เรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพ การตลาด การขาย รวมถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับแนวคิด และทัศนคติเชิงบวกก็คือ “ทำไปทำไมวะ??”

ต้องเรียนให้ทราบตามตรงว่า ผมเคยเปิด Website ในชื่อนี้มาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อการเรียนรู้ และทำการตลาดเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ และธุรกิจเครือข่าย ซึ่งสาเหตุที่ปล่อยผ่านไปก็เพราะว่า “ผมอดทนไม่พอ”

เมื่อ “อดทนไม่พอ” นั่นหมายความว่า Content ดีๆ ที่ผมสร้างไว้ใน Website ของผมก็ถูกกลืนหายไปกับสายลม และทุกอย่างต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด… แต่ “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา เริ่มใหม่ก็เริ่มใหม่สิ” 55555

Website นี้ผมตั้งใจที่จะทำขึ้นมาเพื่อเป็นเหมือนกับ Diary ชีวิต โดยที่ผมจะทยอยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาให้เพื่อนๆ ได้ฟังกันก่อน เพื่อที่เราจะได้รู้จักกันดีมากกว่านี้ แล้วเพื่อนๆ จะรู้ว่า ผมเขียน Website นี้ขึ้นมาทำไม และมันสำคัญกับผมขนาดไหน?

วัยเด็กที่แสนสนุก และไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย (ชอบเรียนรู้ด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก)
วัยเด็กที่ได้บวชเรียนเป็นสามเณรแสนซน (ชาวบ้านให้ฉายานามว่า “หลวงพ่อเณร”)
วัยเด็กที่ต้องรับมือกับการพลัดพราก (พ่อ-แม่ แยกทางต้องย้ายไปอยู่กับยาย)
วัยเด็กที่โตมาท่ามกลางธรรมชาติ กับครอบครัวชาวนาทั่วไป

วัยเรียนที่มันส์ทุกเรื่อง และเป็นหนึ่งในช่วงชีวิตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน
วัยเรียนที่ได้เจอเพื่อนที่หลากหลาย และมีทุกรูปแบบจริงๆ
มัธยมต้นที่ฝักใฝ่อยู่กับดนตรี และกีฬา
มัธยมปลายที่ลอง และเรียนรู้ไปเสียทุกเรื่อง (ทั้งเรื่องดี และเรื่องไม่ดี)

วัยทำงานที่เปิดประสบการณ์ชีวิตในทุกๆ ด้าน
เริ่มต้นที่งาน Freelance Backstage เรียนรู้จากเด็กแจกใบปลิว สู่ Backstage สายดนตรี
ต่อด้วยงานทางด้าน Organizer อีกกว่า 20 ปี
เปิดร้านอาหารข้างสนามฟุตบอล วัตถุประสงค์หลักคือออกกำลัง ดื่ม และเชียร์บอลกับเพื่อนๆ
ผันตัวมาเป็น Property Marketer ที่เริ่มจากตำแหน่ง Creative และจบที่ General Manager
ได้ไปท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ต่างประเทศหลายครั้ง ได้ประสบการณ์ใหม่มากมาย

วันที่เจอกับคำว่า “วิกฤติ”
เคยตรวจร่างกายเมื่อสมัยทำงาน พบว่า “ความดันโลหิตค่อนข้างสูง” แต่ก็ไม่ได้สนใจ
ด้วยความที่คิดว่า “เรายังเป็นวัยรุ่นที่แข็งแรงอยู่… ไม่เป็นไรหรอก” และไม่เคยให้ความสำคัญกับมันเลย
เว้นการตรวจร่างกายประจำปีไปหลายปี จนกระทั่งพบว่า “เส้นเลือดหัวใจตีบ 2 เส้นระดับ 80%”
เข้ารับการทำบอลลูนหัวใจทันที ลาออกจากงาน หมดเงินที่เก็บมาไปกับการรักษา

การฟื้นฟู การเยียวยา การก้าวต่อ
เงินเก็บส่วนที่เหลืออีกไม่มาก ทยอยใช้ไปกับการกินอยู่ เรียนรู้ ลงทุนทำอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องอยู่กับบ้าน เพราะไปทำงานไม่ได้ (ทนกับความเครียดไม่ได้)..
มีเพียงครอบครัว และภรรยาที่อยู่เคียงข้าง และเข้าใจ

ลงทุนไปกับอะไรหลายๆ อย่าง แต่สุดท้ายก็ยังไม่สำเร็จดั่งที่ตั้งใจสักที
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ “การรู้จักตัวเอง และใช้ชีวิตให้มีความสุข” “วิธีคิดที่โคตรจะเป็นบวก”
“วิธีเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และผู้คน” พร้อมทั้งกัลยาณมิตรอีกหลายคน
ซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้นี่แหละที่มีคุณค่ามากกว่าเงินทอง
และมากกว่าสิ่งใดๆ เพราะโลกใบนี้มันคือ “ตัวเราเอง” ที่สะท้อนออกมา และเป็นอย่างที่เห็นนั่นเอง

วันนี้ที่พร้อมจะส่งต่อประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถให้กับผู้คน ในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น
ความรู้ทางด้านการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ การเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง และความรู้ด้านการตลาดซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้คนอย่างแน่นอน แล้วผมจะทยอยเล่าให้ฟังนะครับ

#MrSaen
#หลับตาถามใจแล้วลงมือทำเลย
#1DayGoodThing
#ChangeYourLife
#DzyneYourLife

Leave a Reply

Your email address will not be published.